มณฑลชิงไห่

มณฑลชิงไห่ หรือมีความหมายเป็นภาษาไทยว่า “ทะเลสีเขียว” เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นตามชื่อทะเลสาบน้ำเค็มฉาร์ฮั่น (Qarhan) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนและใหญ่ที่สุดในโลก ภูมิประเทศโดยทั่วไปของมณฑลชิงไห่เป็นภูเขาและหุบเขา มีที่ราบแอ่งกะทะอยู่ตอนกลางของมณฑลคือ ที่ราบแอ่งกะทะไฉต๋ามู่ (Qaidamu) ความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยทั้งมณฑลประมาณ 3,000 เมตร

  • ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีเทือกเขาทัวไหลหนานซาน เทือกเขาชูเล่อหนานซาน
  • ทิศเหนือ มีภูเขาอาร์เอ๋อจิงซาน และมีเทือกเขาคุนหลุน ฉีเหลียน ถางกู่

โดยเทือกเขาส่วนใหญ่จะมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี และในช่วงฤดูร้อนหิมะจากยอดเขาจะละลายกลายเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายต่างๆ ที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) แม่น้ำหวงเหอ (แม่น้ำเหลือง) และแม่น้ำหลานชาง (แม่น้ำโขง)

สถานที่เที่ยวในมณฑลชิงไห่

ทะเลสาบชิงไห่ 青海湖

ทะเลสาบชิงไห่คือทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน และก็เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดของจีนด้วย พื้นที่ราบสูงนี้มีทะเลสาบเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ซ้ำยังมีทุ่งหญ้า ทะเลทราย ภูเขาหิมะ ทัศนียภาพเหล่านี้ควบคู่กันไป สีครามแห่งท้องทะเลสาบมองดูแล้วยังเปี่ยมล้นไปด้วยกำลังแห่งชีวิต ริมทะเลสาบมีวัวและแพะเดินทอดน่องไปตามริมทะเลสาบ ฝูงนกบินเหนือน้ำ อีกทั้งฝูงปลาเล่นน้ำประสานเสียงกัน ทะเลสาบชิงไห่เป็นแหล่งผลิตปลาหวง(湟鱼)ที่สำคัญ และยังเป็นแหล่งประมงอันอุดมสมบูรณ์ ในขณะเดียวกันเมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปีจะมีนกฝูงใหญ่ซึ่งอพยพย้ายถิ่นมาจากอินเดียและเนปาล บินมาอาศัยและดำรงชีวิตอยู่กันที่เกาะนก ก่อเกิดเป็นทัศนียภาพอันแสนวิเศษ ประกอบกับจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่กำลังเพิ่มมากขึ้น ในตอนนี้ทางมณฑลชิงไห่(青海省)ได้ดำเนินการขยายและพัฒนางานอนุรักษ์นกเหล่านี้อย่างจริงจังแล้ว ในขณะนี้การเดินเล่นและขี่จักรยานรอบทะเลสาบชิงไห่ ได้กลายเป็นแหล่งดึงดูดคนทั่วไปในนามของ “นามบัตรสีเขียว” (绿名片)

ทุ่งหญ้าแห่งเทือกเขาฉีเหลียนซาน 祁连山草原

นั้นมีพื้นที่ทั้งหมด 2192 ตารางกิโลเมตร, ภูมิประเทศที่นี่มีลักษณะราบเรียบแต่กว้างใหญ่, มีดินและพืชพันธุ์อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์เป็นอย่างมาก, เริ่มตั้งแต่สมัยของพระเจ้าฮั่นอู่ตี้(西汉元狩-汉武帝) ราวๆก่อนคริสต์ศักราชย์ 121 ปี, ได้จัดตั้งพื้นที่บริเวณนี้เป็นสถานที่ในการเลี้ยงม้าเพื่อกองทัพที่สำคัญแห่งหนึ่ง, เคยเป็นพื้นที่ของราชาแห่งเผ่าซวงหนู(匈奴), ชาวหุยหู(回鹘人), เป็นสถานที่ปศุสัตว์ของกษัตริย์ในราชวงศ์หยวน(มองโกล). ในปัจจุบันเป็นสถานที่เลี้ยงม้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย และ เป็นอันดับสองของโลก(สถานที่เลี้ยงม้าซานตันจวินก็อยู่ในสถานที่แห่งนี้-山丹军马场). เทือกเขาฉีเหลียนซานที่อยู่เคียงคู่กับทุ่งหญ้าที่บนยอดเขามีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี, เทือกเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวแห่งความขาวบริสุทธ์, แต่บนทุ่งหญ้ากลับปกคลุมด้วยสีเหลืองทองของดอกน้ำมัน(油菜花), เป็นที่ใฝ่ฝันของเหล่าผู้คน, เมื่อลมพัดมาเบาๆ ดอกไม้และเกสรปลิวล่องลอย ใต้ท้องฟ้าใสมีเหล่า ม้า วัว แพะ วิ่งเล่นไปมา, ในบทกลอนของชาวทิเบต<格拉尔王传> ได้พูดไว้ว่าทุ่งหญ้าแห่งนี้ก็คือ “ทุ่งหญ้าแห่งดอกบัวทองคำ-黄金莲花草原”, ชาวมองโกลขนานนามว่าที่นี่เป็น “ปศุสัตว์ทองคำ-黄金牧场” ได้รับการขนานว่าเป็น 1 ใน 6 ทุ่งหญ้าที่สวยงามที่สุดของจีน

ทะเลดอกมัสตาร์ดเหมินหยวน(ดอกอิ๊วใช่ฮัว 门源油菜花)

ในเดือนช่วง  15-25กรกฎาคมของทุกปี จะเป็นช่วงที่ดอกมัสตาร์ดผลิบานเหลืองอร่ามพร้อมกันทั้งหมด มีพื้นที่กว่า 600,000 เอเคอร์ ก่อตัวเป็นทะเลดอกมัสตาร์ด ซึ่งมีระยะทางหลายร้อยไมล์ซึ่งสร้างภูมิทัศน์ที่แปลกประหลาดและงดงาม ท้องฟ้าสีฟ้า เมฆสีขาว และสีทองบนพื้นดิน มันช่างเป็นภาพอันสวยงามดังสวรรค์สร้าง มีความงดงามที่น่าทึ่งมาก ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลแห่งการเพาะปลูก และผลิดอกบานสะพรั่งเหลืองอร่ามงามตา เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมทางเกษตรกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางกลับเมืองซีหนิง

เขาสุริยันจันทรา หรือ ยื่อเอวี้ยซาน 日月山

บริเวณที่เรียกว่า ยื่อเอวี้ยซานนั้น อยู่ห่างจากเมืองซีหนิง ประมาณ 90 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอำเภอหวงเหวียนเสี้ยน(湟源县) เนินดินมีดินทรายออกไปทางสีแดง และเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างพวกเป่ยเว่ย (เว่ยเหนือ) กับพวกชนเผ่าถูอวี้หุน และระหว่างราชวงศ์ถังกับราชวงศ์ถู่โปของทิเบต  ตามตำนานเล่าว่า เมื่อองค์หญิงเหวินเฉิง องค์หญิงแห่งราชวงศ์ถัง ออกเดินทางจากเมืองฉางอานในเดือนอ้าย ตามปฏิทินจันทรคติของจีน ค.ศ. 641 องค์หญิง เพื่อเป็นฑูตไมตรีระหว่างราชวงศ์ถังกับราชวงศ์ถู่โปของทิเบต และคณะได้ผ่านเมืองเสียหยาง หล่งซี หลินเซี่ย แล้วข้ามลำน้ำหวงเหอ เข้าสู่ชิงไห่มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก จนถึงชื่อหลิ่งหรือยื่อเอวี้ยซาน ได้หยุดพักและพบปะกับองค์หญิงหงฮว่า ที่เป็นเจ้าสาวการเมือง ถูกส่งให้แต่งงานกับอ๋องของเผ่าถู่อวี้หุน ก่อนหน้านี้ โดยมีการจัดเลี้ยงกันอย่างเอิกเกริก องค์หญิงเหวินเฉิงได้นำเอาศิลปะความรู้วิทยาการต่างๆ ของจีนอาทิ อักษรศาสตร์ การดนตรี การเพาะปลูก ทอผ้า การทำกระดาษและหมึก ฯลฯ ไปเผยแพร่ยังดินแดนอันห่างไกลนี้ แคว้นถู่ฟานและราชวงศ์ถังจึงรักษาไมตรีอันดีสืบมา (แม้ว่าภายหลังแคว้นถู่ฟานได้เกิดข้อขัดแย้งกับราชสำนักถังในรัชสมัยต่อมา แต่องค์หญิงเหวินเฉิงยังคงได้รับการเคารพเทิดทูนอย่างสูงในหมู่ชนชาวทิเบต จวบจนปัจจุบัน)

สวนพฤกษศาสตร์ซีหนิง 西宁植物园

ตั้งอยู่ในอ่าวซีซาน  เป็นสวนธรรมชาติ เดิมเป็นสถานเพาะปลูก ฟาร์มป่า ในปี 2523 ได้ขยายมาเป็นสวนพฤกษศาสตร์ซีหนิง เป็นพื้นที่สีเขียวสวนขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ รวมการท่องเที่ยว การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ การจัดแสดงศิลปะ และการส่งเสริมพันธุ์พืชใน อยู่ในแห่งเดียววัน สร้างศิลปะการจัดพืชสวนที่มีลักษณะต่างๆ ปรับให้เข้ากับลักษณะภูมิอากาศในท้องถิ่นสริมสร้างสายพันธุ์ต้นไม้และพันธุ์พืช ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ